กมธ.แก้จน ร่วมกับ อบจ.พิจิตรทำแผนแก้ภัยแล้งป้องกันน้ำท่วม แนะทำ 2 วิธีง่ายๆแต่ลงทุนน้อย (มีคลิป)
1 min readประธานกรรมาธิการ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภาลงพื้นที่ดูสภาพความแห้งแล้งของแม่น้ำยม จากนั้นประชุมร่วม นายก อบจ.พิจิตร เสนอแผนแก้ภัยแล้งป้องกันน้ำท่วมแนะวิธีกักเก็บน้ำใต้ดิน 2 แบบ วิธีทำง่ายๆ ลงทุนน้อย นั่นคือ การขุดร่องพรวนดินกักเก็บน้ำใต้ดิน , การทำฝายแกนซอยซีเมนต์ เพื่อทดน้ำในแม่น้ำยมและคูคลอง

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2564 พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร นายพิศ วิริยะอารีธรรม ประธานสภา อบจ.พิจิตร นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร ประธานที่ปรึกษาพร้อมด้วยคณะได้ร่วมกันต้อนรับ นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานกรรมาธิการ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภา และคณะที่เดินทางลงพื้นที่ดูสภาพแม่น้ำยมในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาพแห้งขอดจนสามารถลงไปเดินในแม่น้ำได้ ซึ่งสถภาพเช่นนี้เกิดขึ้นติดต่อกันมาในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง สาเหตุเพราะป่าต้นน้ำถูกทำลาย

จากนั้น นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานกรรมาธิการ การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภา ได้ร่วมกับคณะเพื่อบรรยายถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม- แก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อหาแนวทางในการกักเก็บน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิจิตรให้สามารถมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรได้ตลอดปี จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า จังหวัดพิจิตรมีสภาพภูมิศาสตร์ที่ดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีแม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน-แม่น้ำพิจิตร มีแห่งน้ำขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด แต่สถานการณ์น้ำฝนที่ตกลงมาจากฝากฟ้าพิจิตรมีความสามารถในการกักเก็บไม่เพียงพอ อีกทั้งคาดการณ์แนวโน้มว่าในฤดูฝนปีนี้จะมีฝนตกใหญ่แค่ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 แค่เดือนเดียว จากนั้นฝนจะทิ้งช่วงประมาณ 2 เดือน ดังนั้นสิ่งที่จะต้องวางแผนและทำร่วมกันกับ อบจ.พิจิตร คือการหาแนวทางกักเก็บน้ำให้ได้มากขึ้นภายในเวลา 1เดือนข้างหน้า เราจะทำอะไรกันได้บ้าง?


นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าอยากให้อบจ.พิจิตรแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านเป็นเรื่องแรกสุด ซึ่งจากการประชุมและรับฟังความคิดเห็นจาก พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร ประธานที่ปรึกษา และคณะ สจ. เห็นตรงกันว่าการแก้ปัญหาความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของเกษตรกร 80 % ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของพิจิตรจะต้องแก้ด้วยการแก้ปัญหาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งใช้งบประมาณน้อย – ทำเสร็จได้ไว ภายใน 1-15 วัน ในแต่ละโครงการและมีประสิทธิภาพสูง – มีประสิทธิผลสูง คือสามารถกักเก็บน้ำได้ตลอด 365 วัน นั่นคือ 1.การขุดร่องพรวนดินเป็นการเก็บน้ำใต้ดิน 2.การทำฝายแกนซอยซีเมนต์ ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ สามารถทำได้ง่ายใช้งบประมาณแค่หลักหมื่นบาทหรือแค่หลักแสนบาทเท่านั้นเองซึ่งในหลายพื้นที่มีโมเดลต้นแบบที่ลงมือทำแล้วได้ผล กมธ.และคณะ อยากเสนอแนะให้ อบจ.พิจิตร ได้ลงมือทำตามแนววิธีคิดและปฏิบัติทั้ง 2 รูปแบบ ดังกล่าว

ในส่วนของ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร บอกกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า เห็นด้วยกับวิธีการทั้ง 2 แบบ ที่คณะ กมธ. นำเสนอ ซึ่งจะหาพื้นที่ดำเนินการที่เหมาะสมกับวิธีทั้ง 2 แบบนี้อีกด้วย
ภาพ/ข่าว สิทธิพจน์ พิจิตร