เปิดปฏิบัติการไล่ล่า “พล” นักค้ายาตัวเอ้! ขับหนีไม่คิดชีวิต ก่อนเปิดฉากยิงสู้ตำรวจเดือดท้ายวัด ปิดเกมจบคารถ
1 min read
อำเภอบ้านด่าน//หลังออกติดตามตัวตามหมายจับนักค้ายา แต่กลับขับรถหลบหนีและยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดการยิงปะทะกันหลังวัด สุดท้ายนักค้ายาวัย 29 ปีถูกยิงเสียชีวิตกลางป่า ค้นบ้านพบโฉนดที่ดิน และเล่มทะเบียนรถอีกเป็นจำนวนมาก คาดน่าจะฟอกเงิน
วันที่ 21 มี.ค.68 เมื่อเวลา 14.00 น.ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านด่าน ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้นำหมายค้นและหมายจับนายพลธิแสง หรือพล แสวงรัมย์ อายุ29ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/1 ม.9 บ้านกระชาย 9 ต. ปราสาท อ. บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ตามยุทธการ”ธรณีนี้มีขื่อมีแป”ปราบอิทธิพลเถื่อน ล้างบางมาเฟีย ขจัดกลุ่มแก๊งมือปืนและยาเสพติด”
ซึ่งนายพล ถูกหมายจับในข้อหา”สมคบร่วมกันจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด ให้โทษประเภท1 (ยาบ้า)”เจ้าหน้าที่จึงเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมามักจะพบว่านักค้ายาไม่ว่าจะรายเล็กรายใหญ่มักจะพกอาวุธปืนติดตัวทุกราย

กระทั่งตำรวจพบผู้ต้องสงสัยขับรถโตโยต้า วีออส สีขาวทะเบียน กม 3133 บุรีรัมย์ กำลังขับรถออกจากบ้าน แต่เกิดไหวตัวทันขับรถหนีเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามแสดงตัวแต่นายพล ได้ขับรถหลบหนีออกไป เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ตามไปทันอยู่ที่บริเวณริมคลองก่อนถึงวัดกระดึงทอง อ.บ้านด่าน
นายพล ผู้ต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดการปะทะกัน ประมาณ 10 นาทีเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบว่านายพล ถูกกระสุนปืนยิงเข้าขมับเสียชีวิตภายในรถ และยังพบปืนลูกโม่ขนาด .38 อยู่ในมือของผู้เสียชีวิต
สอบถามนายสมพาน แสวงรัมย์ อายุ57ปี บ้านเลขที่77/1 ม.9 บ้านกระชายใหญ่ ต. ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ พ่อผู้เสียชีวิตบอกว่า ปกติลูกชายจะเลี้ยงไก่ตีขาย ยอมรับว่าเคยมีคดีเรื่องยาเสพติดส่วนเรื่องส่วนตัวของลูกชายยอมรับไม่รู้ว่าทำอะไรบ้าง

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่ากรณีนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับกรณีสมคบกระทำความผิดยาเสพติด แต่ผู้ต้องหาต่อสู้และขัดขวางการจับกุม เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ถูกออกหมายจับมีประวัติการข้องเกี่ยวกับยาเสพติด

ซึ่งจากการค้นบ้านพบยาเสพติดและเครื่องชั่งน้ำหนักยาไอซ์ และทรัพย์สินอื่นซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับยาเสพติด ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


